บทที่ 3 ขี้อาย

บทที่3

ที่บริษัท ssm

“กรี๊ด!!! หล่อมากค่ะ พี่ภู”

เสียงแฟนคลับสาวน้อยสาวใหญ่ที่มีจำนวนสามสิบคนขึ้นไปต่างกรี๊ดต้อนรับดาราขวัญใจมหาชน เมื่อเขาลงมาจากรถเบนซ์คันหรู

ภูบดีมีรถสองคน คันแรกคือ รถสปอร์ตยี่ห้อ BMW คันนี้เขาจะขับเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว อย่างเวลาที่จะไปกินผู้หญิงนอกคอนโดหรือหิ้วใครมานอนด้วย เจ้านี่คือรถคู่ใจของเขา

ส่วนรถเบนซ์คันหรูที่ให้ยัยป้าขับมาวันนี้ เขาเอาไว้ให้ผู้จัดการหรือคนขับรถขับให้เวลาออกงาน

ภูบดีอีโก้สูง ทุกอย่างของเขามันต้องดูหรูหราสมกับหน้าตาไปหมด ไม่ว่าอะไรก็ต้องที่สุดไปหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องนิสัย

“คุณรีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวฉันรับของจากน้องๆ ให้เอง”

ว่าแล้วก็เดินยิ้มๆ เข้าไปหาเหล่าบรรดาแฟนคลับพร้อมกับทักทาย เอ่ยขอบคุณและขอโทษที่อยู่คุยกับแฟนๆ นานไม่ได้ แถมยังบอกเหตุผลที่อยู่นานไม่ได้อีก

สาวน้อยสาวใหญ่ที่กำลังหลอมละลายไปกับรอยยิ้มสะกดใจของพี่ภู นี่ก็คืออีกสิ่งหนึ่งที่เขาใช้มัดใจแฟนคลับ

“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อลูกขวัญ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการของพี่ภู อย่างที่เห็นนะคะ ตอนนี้พี่เขากำลังยุ่งอยู่ ถ้าใครมีของจะมอบให้เอามาให้พี่เลยจ้า เดี๋ยวพี่ภูจะถ่ายรูปกับสิ่งของโพสลงโซเชียลอีกทีนะคะ”

ความจริงแล้วหญิงสาวไม่ใช่คนที่กล้าแสดงออกอะไรมากนัก แต่ในสถานการณ์พร้อมทั้งหน้าที่ๆ ได้รับ ทำให้เธอต้องกล้าแสดงออก โดยลืมอายไปเลยทีเดียว

แฟนคลับที่เตรียมของมารีบส่งให้ลูกขวัญ ก่อนที่เธอจะส่งไปให้พนักงานของบริษัทช่วยถืออีกที

หลังจากนำของขวัญที่สาวเล็กสาวใหญ่ทั้งหลายให้มาไปเก็บที่รถ หญิงสาวก็รีบเดินมายังสถานที่ๆ เขาถ่ายโฆษณากัน

ภาพแรกที่เธอเห็นคือภูบดีแต่งกายด้วยชุดสูท ทว่าไม่ได้ใส่เสื้อด้านใน มันจึงทำให้เห็นแผงอกกว้าง ซึ่งอุดมไปด้วยลอนกล้ามแบบผู้ชายที่รักสุขภาพ

หญิงสาวเห็นว่าเขากำลังอ่อยเหยื่ออยู่ จึงยืนมอง

ลูกขวัญรู้ว่าคำนี้ควรใช้กับผู้หญิงมากกว่า แต่การกระทำของเขาในตอนนี้ มันทำให้หญิงสาวต้องนำคำว่า ‘อ่อยเหยื่อ’ มาใช้

ทั้งหน้าตาและท่าทางดูน่าหมั่นไส้ชะมัด แม่นางแบบคนนั้นก็ยอมเสียที่ไหน อ่อยกันไปกันมา เล่นเอาสาวเนิร์ดถึงกับส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา พร้อมกับเดินถือน้ำไปให้เขาตามหน้าที่

“น้ำค่ะ”

“อ่าวป้า... มาทำไมเนี่ย นี่มันใช่เวลามั้ย”

“ฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ค่ะ ขออนุญาตนะคะ”

ว่าแล้วก็ซับเหงื่อที่ใบหน้าหล่อทรงเสน่ห์ เล่นเอาแม่นางแบบสาวอารมณ์เสีย

“เฮ้ย... พอแล้วยัยป้า เห็นมั้ยว่าน้องแอนนาไปแล้ว”

ร่างสูงระหงไม่ได้สนใจกับไอ้อาการโวยวาย พร้อมทั้งดูเสียดายเป็นที่สุดของเขา

“ยัยบ๋องเธอทำอะไรเนี่ย” ภูบดีทัก เมื่อเห็นว่าเธอมองซิกแพคของเขาไม่หยุด

“เอ่อ...ขอโทษทีค่ะ ฉันดูเพลิน เอ้ย... เช็ดเพลินไปหน่อย”

ว่าแล้วก็รีบเดินออกไป แก้มสาวน้อยแดงปลั่ง ดูเพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าเธอเขิน

ภูบดีหัวเราะตามหลังของยัยผู้ช่วย ก่อนที่จะเตรียมตัวหล่อๆ รอน้องแอนนามาหาอีกครั้ง

เสือร้ายไม่มีทางที่จะทิ้งลายตัวเองจริงๆ

เหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาถ่ายทำ ทั้งนางแบบที่ชื่อแอนนาและภูบดีต่างซ้อมบทด้วยกัน พลางนัวกันไปมา จนทำให้ผู้ช่วยผู้จัดการนึกหมั่นไส้

เจ๊มินนี่มาถึงแล้ว เธอพาผู้ช่วยของตนเองไปแนะนำตัวกับผู้กำกับ ทีมงานรวมถึงคณะผู้บริหารด้วย เนื่องจากลูกขวัญเป็นเด็กเรียบร้อย ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กขี้อาย ทุกคนจึงรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้

“อ่า... ทุกคน อีกห้านาทีจะเริ่มถ่ายทำแล้วนะครับ โฆษณาตัวนี้จะมีสองพาร์ท พาร์ทแรกจะถ่ายกันที่ห้องนี้ เป็นฉากที่สองคนกำลังถ่ายแบบกันอยู่ ระหว่างนั้นก็จะมีท่าโพสเซ็กส์ซี่ๆ ยั่วน้ำลายของทั้งสองท่าน

ส่วนพาร์ทที่สอง เราจะถ่ายกันที่สวนสาธารณะแถวนี้ จะเป็นฉากที่คุณภูวิ่งออกกำลังกาย ใส่เสื้อกล้ามโชว์ซิกแพคล่ำๆ ส่วนคุณลูกเกดนางแบบอีกคนก็จะวิ่งตามหลังพร้อมกับทำหน้าอึ้งๆ และล้มลงเมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองเขา

คุณภูจะอุ้มขึ้นมาพร้อมกับยิ้มหล่อๆ มัดใจสาว ยังไงก็ขอให้ทุกคนจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เพื่อรักษาเวลาในพาร์ทที่สองนะครับ” ผู้กับกำกับชี้แจงส่วนต่างๆ ในการถ่ายทำกับทีมงานและนักแสดง ก่อนที่ช่างภาพสุดหล่อจะเดินเข้ามา

“สวัสดีครับ ขอโทษที่มาช้านะครับ ผมติดงานถ่ายโฆษณาครีมทาผิวของคุณเมญ่า“

ลูกขวัญมองไปที่ต้นเสียงก็พบกับคุณสุดหล่อที่ช่วยเธอในปั๊ม ทำเอาสาวแว่นอึ้งทึ้ง ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ตกใจจนแว่นตาตนเองแทบหลุด

เจ๊มินนี่ยิ้มไม่หุบเมื่อคุณพศิน สุรยาเวทย์ (คุณน๊อต) ลูกเจ้าของค่ายโฆษณาใหญ่ยักษ์แห่งนี้ แถมยังเป็นช่างภาพอิสระที่มีชื่อเสียงพอตัวเดินเข้ามา

เจ๊มินนี่ปลื้มผู้ชายสุดหล่อคนนี้มาก เนื่องจากเขาสุภาพกว่าเด็กในสังกัด

[Lokkwan’s part]

ฉันนี่ไปปลื้มดาราแบบนี้ได้ไงนะ ทั้งขี้เก๊กมั่นมาก บ้าผู้หญิงขนาดหนัก ไม่แพ้สตอล์กเกอร์อย่างฉันเลย เขาน่ะอยากได้ใครก็พุ่งชนอย่างมุ่งมั่น แต่ฉันนี่สิคะ ทำแบบนั้นไม่ได้เลย

ก็คุณบิดาฉันเป็นถึงเจ้าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เรียกได้ว่ามีหน้ามีตาทางสังคมพอควร ยัยลูกสาวแรดแอบๆ อย่างฉันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเด็กเก็บกด แต่จะไปโทษคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่ถูก ฉันเองแหละค่ะที่ใจมันไม่กล้าพอ

จิตสำนึกคอยบอกตลอดว่าห้ามทำแบบนี้มันไม่ดี คุณพ่อจะเสียหน้า คุณแม่จะไม่สบายใจ ฉันจึงไม่อยากจะทำตัวเสเพลเหมือนเพื่อนๆ สตรีแรดคนอื่น

ปกติแล้วฉันเป็นคนติ๋มๆ ค่ะ ไม่ค่อยพูดหรือเปิดเผยอะไรมาก ออกจะเรียบร้อยด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงไม่แต่งเนื้อแต่งตัวให้ดูน่ารักเหมือนตอนเรียนมัธยม คำตอบก็คือ ไม่รู้จะแต่งไปให้ใครดู พ่อแม่ไม่อนุญาตให้มีแฟนก่อนจบมหาลัย

ตั้งแต่นั้นมาผู้ชายที่ฉับแอบชอบมักโดนผู้หญิงคนอื่นคาบไปกินหมด นั่นก็เพราะฉันไม่เคยรุกหรือรับฝ่ายชายเลย ส่วนตอนนี้ก็ไม่ได้ชอบใครแล้วค่ะ นอกจากคุณภูบดีหลานชายฉัน

ขอเล่นมุขบ้างนิดนึง เดี๋ยวนักอ่านจะเบื่อ อิอิ รู้ตัวนะคะว่าตัวเองดูเชยมาก แต่ถ้าถอดแว่นและแต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ สามารถเป็นดาราได้สบายเลยนะ

ส่วนเรื่องพี่ภูก็แค่ปลื้มค่ะ เขาเป็นผู้ชายในอุดมคติของฉัน ทุกอย่างมันเหมือนพรหมลิขิตนะคะ แอบปลื้มมานาน จู่ๆ เพื่อนสนิทก็เป็นน้องสาวผู้จัดการส่วนตัวของเขาซะงั้น

จะว่าพรหมลิขิตก็พูดได้ไม่เต็มปาก ตอนนี้ฉันเป็นแค่ลูกจ้างเขาเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยสักนิด ฉันไม่ได้ตัดพ้อนะคะ ลูกขวัญคนนี้ไม่มีทางชอบผู้ชายแบบนั้นหรอก... ชิ!

“ต่อไปเป็นการถ่ายภาพนิ่งนะครับ ใกล้ชิดกันหน่อยทั้งสองคน”

หนุ่มโฉดกับสาวสวยโพสท่าได้สยิวมาก ทำเอาฉันแทบไม่อยากมองเลย อะไรกันยะ นี่งานถ่ายแบบเครื่องดื่มชูกำลังนะ ไม่ได้ถ่ายแบบถุงยางอนามัย ทำท่าได้ส่อถึงเรื่องบนเตียงเหลือเกิน

จะว่าไปก็มีหนึ่งเรื่องที่ไม่คาดฝันด้วยนะคะ คุณตากล้องชื่อดังคือคนๆ เดียวกันกับที่ช่วยฉันในปั๊ม เขาหล่อมากเลย คริคริ

นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องมาดูแลคุณภูบดี ฉันจะรีบไปแอบถ่ายรูปเขาเลยค่ะ ความแรดกับความสตอล์กเกอร์มันเริ่มมาแล้ว

“เหงื่อแตกเต็มเลยค่ะ เอ่อ... คุณคะ ช่วยเข็ดให้เขาหน่อย”

“ด้วยความเต็มใจเลยค่ะ” แม่นางแบบโนตม (นมโต) คนนั้นบอก แถมท่าทางการเช็ดเหงื่อให้พระเอกมันช่างเซ็กส์ซะจน ผู้ชายในกองมองกันตาระห้อย

“ขอบใจจ๊ะ แม่แมวน้อย”

หยอดกันเข้าไป ช่างสมกันเหลือเกินคู่นี้

ในระหว่างที่ดูสารคดีสัตว์ป่ากำลังจะผสมพันธ์ เอ้ย...ไม่ใช่ กำลังดูแม่คนสวยกำลังป้อนน้ำพ่อหนุ่มนักสะสมหม้อ

“ลูกขวัญจ๊ะ ลูกขวัญมานี่หน่อยสิ”

เจ๊มินนี่ร่าเริงมากจนน่าสงสัยเลยนะวันนี้ เธอดึงฉันออกไปจากบริเวณนั้น จนทำให้ใครบางคนที่กำลังจะทำอนาจารกลางกองถ่ายกับนางแบบยังต้องเหลียวมอง

โอ้...ไม่สิ จะว่าอนาจารมันก็คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่ว่าเขานัวกันจนทำเอาคนรอบข้างมองตาระห้อย ฉันละอยากให้พวกแฟนคลับมาเห็นฉากนี้จริงๆ พระเอกสุภาพอ่อนโยนของพวกเรา กลายเป็นตาแก่ตัณหากลับไปแล้ว

“มีอะไรหรอคะ”

“มีคนจะแนะนำให้รู้จักจ๊ะ คนนี้ๆ”

ฮะ... เอาจริงหรือนี่ ฉันจะได้รู้จักกับตากล้องชื่อดัง ที่ก่อนหน้านี้เคยช่วยฉันไว้ ทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ...

“คุณน๊อตขา คนนี้คือผู้จัดการอีกคนของน้องภูค่ะ ส่วนนี่คุณน๊อตช่างภาพชื่อดังจ๊ะ เป็นผู้จัดการดาราคงได้เจอกันบ่อย ทำความรู้จักกันไว้นะ”

“เอ่อ สวัสดีค่ะ”

“อ้อ คุณนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

ว้าว ยิ้มหวานชะมัด หน้าตาก็ดี น่ารักอ่ะ

“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับเรี่องที่ปั๊ม” ฉันพยายามซ่อนความเขินอายอย่างที่สุดของที่สุด อะไรกัน ทำไมเขาถึงไม่ไปเป็นพระเอกละครนะ ถ้าเป็นพระเอกนี่ต้องดังพอๆ กับคุณภูบดีแน่นอน

“อ้าว เคยเจอกันมาก่อนแล้วหรือจ๊ะ” เจ๊มินนี่ทำหน้างงพลางมองฉันกับพ่อรูปหล่อสลับกันไปมา

“ค่ะ เขาช่วยหนูไว้ตอนลื่นล้ม“

“เป็นคนดีจัง”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

“เป็นไง หล่อมั้ยจ๊ะ” เจ๊หันมายิ้มกับฉัน ความจริงฉันก็ชอบเขานะ ชอบแบบปลื้มๆ อะค่ะ คิดแล้วอยากสมัครเป็น fc เขาจัง

“หล่อค่ะ เป็นพระเอกละครได้เลยนะ” ฉันตอบด้วยท่าทีตายด้านพร้อมกับยิ้มนิดหน่อย ไม่อยากแสดงอาการออกไป เดี๋ยวคนอื่นรู้หมดว่าฉันเป็นแรดสตอล์กเกอร์ เหอะๆ

“ใช่มั้ยๆ”

เจ๊มินนี่ดูร่าเริงมาก ร่าเริงจนลูกชายสุดสวาทแอบค้อนคุณน๊อตเบาๆ นี่สินะที่เขาเรียกว่าลูกอิจฉา ข้อเสียของภูบดีอีกข้อคือ ‘ขี้อิจฉา’ คิดได้ดังนั้นฉันก็รีบจดใส่สมุดโน้ตทันที

“เจ๊ของผมร่าเริงจังเลยนะวันนี้ มันหล่อมากหรือครับ”

เอ๊ะ อะไรกันคะคุณ อายุอานามขนาดนี้แล้ว ยังจะงอนเป็นเด็กๆ พี่ภูที่ฉันเห็นในโทรทัศน์มันต่างจากตอนนี้สิ้นเชิง แต่ไม่ว่าเขาจะทำยังไงมันก็ดูน่ารัก น่ารักทุกอย่างจริงๆ ค่ะ ยกเว้นไอ้เรื่องอุปกรณ์ 18+ ของสะสมแสนรักของเจ้าตัว อันนั้นฉันรับไม่ได้เลย นึกแล้วขนลุกทันใด มันน่าสะพรึงกลัวมากค่ะ ท่าทางเขาคงจะหมกมุ่นมาก ( ก ล้านตัว)

“จ๊ะหล่อ แต่ภูของเจ๊หล่อกว่านะ จริงมั้ยคะคุณผู้จัดการ”

เหมือนเจ๊อยากจะให้ฉันช่วยนะ แต่ว่าฉันยังแอบเคืองนิดๆ กับฉายายายป้าน่ะสิ

“ก็ไม่นี่คะ เขาดูน่ารักกว่าตั้งเยอะ” ฉันตอบตามความคิดของตัวเอง ก็คุณน๊อตนิสัยดีกว่าเยอะนี่นา ส่วนเรื่องหน้าตาอย่าถามฉันเลยค่ะ ขอบอกว่าเลือกไม่ถูก เพราะปกติเวลามีคนหล่อมาอยู่ตรงหน้ามากกว่าสองคน ฉันไม่เคยเลือกได้อยู่แล้ว ก็มันเสียดายอีกคนนี่คะ อ๊าย! คิดแล้วฟิน

“ยายป้า เธอนี่ตาถั่วจริงๆ เอ๊ะ หรือว่าที่ตาเป็นแบบนี้ก็เพราะแว่นกับไอ้ผมถักเปียทรงเด็กประถมนี่ทำให้เธอเป็นแบบนี้นะ เห็นทีต้องถอดออกมันหน่อยแล้ว มันกำลังจะทำให้เธอตาบอดนะ ยายบ๊อง!”

ไม่รู้ว่าโกรธหรือหวังดีกันแน่ ท่าทางเขาเหมือนอยากจะฆ่าฉันมาก จะว่าไปฉันควรยอมให้นายนี่แกะผมมั้ย ขอเปลี่ยนเป็นนายนะคะ เขาเริ่มทำตัวไม่น่าเรียกพี่เข้าไปทุกวัน

“นี่ภู อย่าเสียมารยาทสิจ๊ะ ผมเปียเนี่ยสวยมากเลยนะ”

“ช่างเขาเถอะค่ะ อยากแกะก็แกะไป เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”

ดูเหมือนคุณภูบดีกำลังสนุกกับการแกะผมฉัน สงสัยคงจะตกหลุมรักเส้นผมนุ่มสลวยของฉันแล้วแน่ๆ

“รู้สึกว่าจะพูดเก่งขึ้นนะยายป้า ผมเธอก็สวยดีนี่ นุ่มด้วยทำไมไม่ปล่อยยาว จะมัดทำไม ทำร้ายตัวเองชัดๆ เลย”

พูดยังกับเป็นกูรูด้านความงาม ทั้งที่เป็นพ่อค้าขายอ้อยแท้ๆ คงงงล่ะสิคะคุณผู้ชม นายนี่ได้ฉายาใหม่จากฉันอีกแล้ว

“ผมสวยมากเลยจ๊ะ ลูกขวัญ” เจ๊มินนี่ชม

“ดูดีขึ้นมาเลยแฮะแค่ปล่อยผม ต่อไปลองถอดแว่นซิ”

ว่าแล้วคุณภูก็ถอดแว่นตาคู่ใจของฉันออกไป จากนั้นไม่ถึงครึ่งวินาทีทั้งสองคนก็ทำหน้าตะลึงถึงสุดขีด คงจะเห็นความงามของฉันแล้วสินะ

“ตาเธอสวยมากเลย แล้วยิ่งตอนนี้ปล่อยผมด้วย มันทำให้หน้าเธอหวานมาก โถ่...ยายบ้า มีดีแต่ดันเอาไอ้สองอย่างนี้มาปกปิดไว้”

แปลกจังทำไมเห็นฉันสวยแล้วไม่หม้อใส่ล่ะ ทั้งที่ปกติเวลาเห็นสาวสวยๆ เขาจะมองเหลียวหลังจนคอแทบหัก ทว่ากับฉันคุณภูแค่นั่งจ้องเฉยๆ ขอย้ำว่าจ้องแบบค้างเลยนะคะ จ้องตาฉันนิ่งไม่รู้เขาคิดอะไรอยู่ สงสัยคงจะชอบดวงตาที่มีหยาดน้ำคล้ายกวางของฉันมั้ง

“คุณภูครับ หมดเวลาพักแล้วนะ”

“เอ่อ... ครับๆ ฉันไปล่ะ เจ๊ครับดูยายนี่ด้วยนะอย่าให้หล่อนทำร้ายตัวเองด้วยการถักผมใส่แว่นอีก เสียจุดขายหมด”

เป็นอะไรของเขาเนี่ย ยังมาทำท่าเหวี่ยงใส่ฉันอีก ไม่ใช่แค่นายพี่ภูคนเดียวนะที่ท่าทีเปลี่ยนไป เจ๊มินนี่เองก็ด้วย

“ลูกขวัญจ๋า หนูสวยมากเลยนะ แบบนี้เข้าวงการได้สบายเลย ดูสิขนาดไม่แต่งหน้าก็สวยแล้ว ว้าว...ตาของหนูมันสวยมาก ไม่ต้องพึ่งบิ๊กอายเลยนะเนี่ย”

รู้สึกดีขึ้นมานิดนึงนะคะ เพราะว่านานแล้วที่ไม่มีใครมาชมฉันแบบนี้

“หนูขอใส่แว่นก่อนนะคะ ตามันมัวๆ มองไม่ค่อยชัด”

“ได้จ๊ะ แต่ห้ามถักเปียนะ ผมหนูสวยมาก จะถักให้บดบังความงามตลอดมันก็น่าเสียดาย”

หลังจากถ่ายฉากแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีมงานคนอื่นๆ ก็เข้าไปดูแลคุณภูบดีอย่างใกล้ชิด แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้นั่งตรวจคิวงานของเขาพร้อมทั้งเช็คเรื่องสถานที่ด้วย

“1…2 โพสท่าต่อไปเลยครับ นั่นแหละดีมาก”

เสียชื่นชมจากตากล้องรวมทั้งเจ้าของสิ้นค้าดังขึ้นตลอดๆ พี่ภูเป็นคนเก่งมากฉันยอมรับเลย ไม่ใช่ว่าเขาฮอตอย่างเดียวเลยได้งานเยอะนะคะ แต่เป็นเพราะความสามารถของเขาต่างหาก

“เสร็จแล้วครับ ออกมาดีมาก ต่อไปเชิญทั้งสองคนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำผมเลย เดี๋ยวเราจะไปสวนสาธารณะกัน”

ผู้กำกับโฆษณาพูดใส่โทรโข่งเพื่อบอกทีมงานทุกคน พ่อพระเอกสุดหล่อของฉันเดินเข้ามานั่งข้างๆ แล้วให้พวกช่างแต่งหน้าเติมความหล่อพลางซับเหงื่อให้

“น้องภูนี่ดูแลผิวหน้าดีมากเลยนะคะ ดูสิเนียนมากเลย”

“ขอบคุณครับ ผิวพี่ๆ ก็สวยมากเหมือนกัน” เขาเล่นยอซะพี่ช่างแต่งหน้าเขินไปหมด

“ผู้จัดการคนใหม่ของน้องภูหรือคะเนี่ย ผมสวยจังเลย”

ฉันยิ้มเพื่อขอบคุณ

“ชื่อลูกขวัญน่ะครับ ทำความรู้จักกันไว้นะครับ บางทีพวกเราอาจจะเจอกันอีก”

เฟรนลี่เหลือเกินนะคุณภูบดี ไม่เห็นเหมือนตอนอยู่ที่คอนโดเลย ใช้ฉันอย่างกับเป็นขี้ข้า

“เอ่อ... สวัสดีค่ะ” พี่สาวสองคนนั้นรับไหว้พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปโฟกัสที่คุณภูต่อ

“คุณน๊อต หิวน้ำหรือคะ นี่คะ”

ทีมงานสาวประมาณ 2-3 คน กำลังห้อมล้อมคุณน๊อต ทำเอาต่อมริษยาของใครบางคนเริ่มทำงาน

“เชอะ! “

อยากจะถามเหลือเกินค่ะว่าเขาเป็นอะไรกับคุณช่างภาพ ถึงได้ทำท่าทางไม่พอใจใส่อีกแล้ว

“น้องภูนี่ขี้งอนจังเลยนะคะ ไม่ต้องน้อยใจนะ เราน่ารักกว่าเขาเยอะ”

พี่ช่างแต่งหน้าสองคนนี้คงจะเป็นติ่งภูบดีสินะ ยอได้ถูกใจเสียจริง ยอมรับนะคะว่าฉันชอบเขา แต่มันก็แค่ชอบ ฉันไม่รักคนอย่างเขาแน่ ไม่งั้นมีหวังเจ็บจนตาย เจ้าชู้ระดับเทพบุตรไร่อ้อยคนนี้ ขอบายค่ะ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป